ขับรถขึ้นเขา
จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ เกร็ดความรู้เรื่องรถ เที่ยวภาคเหนือ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถยนต์

ขับรถขึ้นเขา ควรใช้รถแบบไหนดี? เกียร์อะไร?

ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ สถานที่ท่องเที่ยวสุดปั๊วะนัมเบอร์วัน ที่ใครหลายๆคนกำลังแพลนจะไปเที่ยวกันในช่วงนี้ ก็คงจะเป็นการขับรถขึ้นเขาไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ดูทะเลหมอกกันใช่มั้ยครับ ซึ่งการเดินทางขึ้นเขานั้น ก็หนีไม่พ้นเส้นทางโค้งลาดชันอย่างแน่นอน

วันนี้ Drivehub เลยมีทริคดีๆเกี่ยวกับการเลือกรถยนต์ที่เหมาะแก่การขับรถขึ้นเขา-ลงเขา และวิธีการเลือกใช้เกียร์ในการขับอย่างปลอดภัยมาฝากกันครับ

รถถยนต์ที่เหมาะแก่การเดินทางไกล บนเส้นทางคดเคี้ยวลาดชัน จะต้องเน้นที่สมรรถนะของตัวเครื่องยนต์เป็นหลัก เพื่อให้ขับสบาย และปลอดภัย

ซึ่งประเภทของรถที่ควรเลือกใช้ คือ

1. รถ PPV หรือ Pick-Up Passenger Vehicle – มีพื้นที่ภายในกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง เหมาะแก่การเดินทางไกล ขับขึ้นเขา และเส้นทางลุย ที่สำคัญคือความทนทาน ช่วงล่างดี เครื่องดีเซล แรงบิดเยอะ และประหยัดเชื้อเพลิง มีล้อใหญ่ยึดเกาะถนน และมีอัตราเร่งของเครื่องยนต์สูง 1500cc ขึ้นไป เช่น Ford Everest, Isuzu MU-X , Mitsubishi Pajero Sport, Toyota Fortuner, Nissan Terra, Chevrolet Trailblazer
2. รถ SUV หรือ Sport Utility Vehicle – คล้ายกับรถ PPV รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง แต่จะให้ความสะดวกสบายได้มากกว่า เพราะพฤติกรรมการแล่นจะคล้ายรถเก๋ง เน้นความนุ่มนวล เช่น Honda CR-V, Mazda CX-5, Mercedes-Benz GLC, Nissan X-Trail, BMW X3, Volvo XC60, Range Rover
3. รถซีดานขนาดกลาง (ขึ้นไป) – หากไม่ต้องการจำนวนเบาะที่นั่งมากนัก รถซีดานขนาดกลาง 1500cc ขึ้นไป ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการขับขึ้นเขา เพราะถูกออกแบบให้นั่งสบาย นุ่มนวล แรงสั่นสะเทือนน้อย อีกทั้งเครื่องยนต์มีกำลังมากพอสำหรับวิ่งยาวๆ หรือเร่งแซง เช่น Honda Accord, Toyota Camry, Volvo S90, BMW 5 Series, Nissan Teana, Mazda 2

ที่สำคัญ ในการขับรถขึ้นเขา และลงเขา ผู้ขับขี่ควรเลือกใช้เกียร์ต่ำ ซึ่งคือ เกียร์ S,L,B,D3,D2 ซึ่งในรถแต่ละคัน ก็จะมีต่างกันไปครับ (สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ)

การขับรถขึ้นเขา สามารถใช้เกียร์ D ได้โดยปกติเลยครับ แต่หากเส้นทางมีความลาดชันจนทำให้เครื่องยนต์เริ่มตกลงมา สามารถเลือกใช้เกียร์ D3  หรือ เกียร์ S แทนได้ครับ เพราะการใช้เกียร์เหล่านี้ เป็นเกียร์ต่ำจึงทำให้อัตราการเร่ง และรถยนต์มีกำลังมากขึ้น และสามารถผ่านขึ้นเข้าได้อย่างต่อเนื่อง และปลอดภัยครับ  และหลังจากที่ผ่านช่วงที่เส้นทางลาดชันแล้วก็สามารถสลับมาใช้เกียร์ Dได้ดังเดิมครับ

การขับรถลงเขานั้น ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะมีความเสี่ยงอันตรายมากกว่าการขับรถขึ้นเขา ซึ่งผู้ขับไม่ควรใช้เบรคเพื่อชะลอความเร็วเพียงอย่างเดียว และห้ามเบรคบ่อยเกินไปอีกด้วย เพราะอาจจะทำให้เบรคไหม้ได้ ดังนั้นจึงควรใช้เกียร์ต่ำเข้าช่วย เพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยดึงกำลัง รถให้เคลื่อนที่ช้าลง หรือเรียกได้ว่าเป็นการใช้เอนจิ้นเบรค (Engine Brake) นั่นเองครับ ในกรณีที่ทางลงเขาไม่ได้ชันมากนัก สามารถใช้เกียร์ D ได้ แต่หากทางลงนั้นลาดชันมากขึ้นก็ควรเปลี่ยนมาใช้เกียร์ D2 เกียร์ L หรือ เกียร์ B ครับ  

หากระหว่างขับรถขึ้นเขา-ลงเขา แล้วได้กลิ่นเหม็นไหม้ขึ้นมา แนะนำให้รีบนำจอดรถทันทีในที่ที่ปลอดภัย เพราะกลิ่นไหม้นั้นอาจจะเกิดจากเครื่องร้อนมากเกินไป หรือเบรคไหม้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่งนะครับ

ถ้าใครมีแพลนจะไปเที่ยวกันในช่วงนี้ ก็อย่าลืมเช่ารถที่ได้มาตรฐาน
ในราคาที่คุณเอื้อมถึงที่

>> www.drivehub.com <<

แอบกระซิบให้ว่า มีโปรเด็ด “นอนฟินดูดาว ตื่นเช้าดูทะเลหมอก” แจกโค้ดส่วนลดให้เช่ารถขับรถขึ้นเขานอนดูดาวแบบฟินๆ เริ่มพรุ่งนี้ ปักหมุดรอกันได้เลยครับ!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *