‘คลายล็อกดาวน์ ถึงคราวผ่อนคลาย’ ชวนมุ่งหน้าสู่ 5 สถานที่เที่ยวสุราษฏร์ธานี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ปลอดภัย ภายใต้มาตรการ

หลังจากออกประกาศการห้ามออกนอกเคหะสถานในยามวิกาลและมาตรการอื่นจำนวนมากเพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด-19 มาเป็นระยะเวลากว่าหลายเดือน ในที่สุด ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศคบ.) ก็ได้ออกคำสั่งผ่อนคลายล็อกดาวน์ ระยะที่ 4 พร้อมกับสามประการสำคัญที่ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ก็คือ การประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว, การอนุญาตให้บริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์, และการอนุญาตให้บริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์ในภัตตาคาร, สวนอาหาร, โรงแรม, และร้านอาหาร อันหมายความว่า หลังจากที่พวกเราต้องใช้เวลาอยู่เพียงแค่ในบ้าน, ถูกจำกัดการเดินทางและการใช้ชีวิตอยู่หลายเดือน ในที่สุดพวกเราก็กำลังจะได้มีโอกาสก้าวเท้าออกจากบ้าน สูดอากาศภายนอก และมุ่งหน้าสู่ยังสถานที่อื่นภายนอกอาคารบ้านเรือนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องเคอร์ฟิว และข้อจำกัดบางประการกันแล้วค่ะ และเพราะเรารู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฏร์ธานีจะเป็นหนึ่งในแหล่งแห่งการผ่อนคลายที่ใครหลายคนโหยหาที่สุด ในวันนี้เราจึงได้รวบรวม 5 สถานที่เที่ยวสุราษฏร์ธานีในดวงใจของใครหลายคน พร้อมเปิดให้บริการ ภายใต้ขอบเขตความปลอดภัย และกิจกรรมมากมายที่รอให้คุณมาเยือน!

ถ้าพร้อมแล้ว ก็มาลุยกันเลย!

  1. เขื่อนรัชชประภา (หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน)

สำหรับบรรดานักท่องเที่ยวตัวยงหรือผู้เพียงเคยมาเยือนจังหวัดสุราษฏร์ธานี เมื่อกล่าวถึงเขื่อนรัชชประภา (หรือที่หลายคนมักเรียกกันอย่างคุ้นหูว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน) การหักห้ามใจไม่ให้เอ่ยกล่าวว่า ‘ช่างสวยงาม’ หรือ ‘ช่างราวกับเมืองกุ้ยหลิน’ (สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน) ดูจะเป็นเรื่องที่ยากเย็นราวกับการต้องหักห้ามใจไม่ให้รับประทานหมูกะทะในวันหยุด นั่นก็เพราะชื่อ ‘กุ้ยหลินเมืองไทย’ ของเขื่อนรัชชประภาไม่ได้มาเพียงเพราะโชคช่วย หรือเพียงเพราะถูกเอ่ยกล่าวปากต่อปาก แต่เพราะทุกครั้งแห่งการมาเยือน ความรู้สึกว่า ‘สวรรค์บนดิน’ บังเกิดขึ้นจริง โดยแทบไม่ต้องพยายาม และได้กลายเป็นหนึ่งในที่เที่ยวสุราษฏร์ธานีที่สวยงามที่สุดของประเทศไทย

กิจกรรมแนะนำที่ไม่ควรพลาด:

  • พักผ่อน ดื่มดำธรรมชาติ ณ แพที่พักกลางเขื่อน
  • เตรียมร่างกายให้พร้อม ลงแรงเดินป่า สำรวจพื้นที่ธรรมชาติ ส่องสัตว์และชมทัศนยีภาพมุมสูงของเขื่อนและอุทยานแห่งชาติเขาสก
  • ก้าวเท้าลงเรือ ชมทัศนียภาพและเล่นน้ำ ในกิจกรรมล่องเรือ ที่จะทำให้คุณเริ่มเข้าใกล้คำว่า ‘สวรรค์บนดิน’ มากขึ้นทุกขณะ

เวลาทำการเปิด-ปิด: 09:00 – 16:00 น.

แนะนำการเดินทาง:

  1. เกาะเต่า

หากสวรรค์บนดินยังไม่เพียงพอ เราขอชวนคุณมาต่อกันที่สวรรค์ของนักดำน้ำที่เกาะเต่า เพราะความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลและทัศนยีภาพโดยรอบที่เหมาะแก่การดำน้ำ เกาะเต่าจึงกลายเป็นศูนย์กลางการสอนดำน้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยและของภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เหมาะแก่ผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำและดื่มดำธรรมชาติใต้น้ำอย่างแท้จริง รวมทั้งผู้ที่รักบรรยากาศความเงียบสงบและการผ่อนคลาย บรรยากาศแห่งการปลีกตัวออกห่างจากความวุ่นวายสู่ความสงบ ที่มีเพียงเสียงของคลื่นทะเลและการพูดคุยของชาวบ้านบนเกาะเป็นดั่งเพลงประกอบการเดินทาง

กิจกรรมแนะนำที่ไม่ควรพลาด:

  • ดำน้ำ ชมประการังและฝูงปลามากมายที่แหวกว่ายจนอาจชนแว่นดำน้ำของเราเข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
  • เช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวและชมเกาะ
  • พายคายัก ชมน้ำทะเลใสและฝูงปลาที่มองเห็นได้ทันที

แนะนำการเดินทาง:

เดินทางโดยเครื่องบิน ลงที่สนามบินชุมพรและเดินทางต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือ รถเช่าภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รถโดยสารประจำทาง ไปยังท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือชุมพร, ท่าเรือเร็วลมพระยา, หรือ ท่าเรือซีทราน เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะเต่า

  1. วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร

อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวสุราษฏร์ธานีที่เราอยากแนะนำคงเป็นที่ใดไปไม่ได้หากไม่ใช่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ความสำคัญและความควรค่าแห่งการมาเยือนของวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารดำรงอยู่ไม่เพียงแค่ในสถานะของการเป็น ‘พระอารามหลวง’ แต่ยังอยู่ในการเป็น ‘โบราณสถาน’ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ได้รับการสันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 13-14 หรือ ในช่วงสมัยอาณาจักรทวารวดี และได้รับการดูแล, บูรณะ, และปรับปรุงเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยปูชนียสถานภายในที่ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชมมากที่สุด คือ พระบรมธาตุไชยา หรือ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความสำคัญไม่เพียงแค่ในทางศานา แต่ยังรวมทั้งในทางประวัติศาสตร์จากการเป็นพุทธสถานแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงสภาพสถาปัตยกรรมศรีวิชัยไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ ถือว่าเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนสำหรับผู้ที่ต้องการมาสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุราษฏร์ธานีและผู้ที่สนใจสำรวจประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมของพุทธสถานตั้งแต่ในสมัยอาณาจักรทวารวดี

กิจกรรมแนะนำที่ไม่ควรพลาด:

  • เยี่ยมชมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
  • สักการะบูชาหรือสำรวจ ศึกษา สถาปัตยกรรมโดยรอบวัด โดยเฉพาะเจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร

เวลาทำการเปิด-ปิด: 08:00 – 16:00 น.

แนะนำการเดินทาง:

การเดินทางมายังวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารไม่ยากเลยค่ะ คุณสามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี วัดอยู่ภายในเขตตำบลเวียง อำเภอไชยา หรือ ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีราว 54 กิโลเมตร สามารถเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 41 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4011 จากนั้น เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 137 ก่อนถึงทางรถไฟ วัดอยู่ทางด้านขวามือ

  1. ตลาดน้ำประชารัฐ บางใบไม้

จากสวนมะพร้าวสู่ตลาดน้ำขนาบริมคลองในเขตตำบลบางไม้ ตลาดน้ำประชารัฐ บางใบไม้ถือกำเนิดขึ้นจากการร่วมมือของบรรดาชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่น ร่วมกันถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมและทางประวัติศาสตร์อันยาวนานของชุมชนผ่านรูปแบบการแลกเปลี่ยนสินค้าอันเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ภายในตลาดยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เน้นใช้วัสดุธรรมชาติเป็นภาชนะในการใส่อาหาร พร้อมกับกิจกรรมอื่นมากมาย เช่น การชมวิวอันสวยงามขนาบคลอง, จุดเลี้ยงปลาสวาย, จุดถ่ายภาพ, การล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำคลองร้อยสาย, และการแสดงหนังตะลุงจากเยาวชนบางใบไม้

กิจกรรมแนะนำที่ไม่ควรพลาด:

  • เดินชิล รับประทานอาหารท้องถิ่นที่ไม่สามารถหาทานได้จากที่ไหน
  • ล่องเรือแจว ชมอุโมงค์และวิถีชีวิตริมน้ำคลองร้อยสาย
  • ชมการแสดงหนังตะลุงจากเยาวชนบางใบไม้

เวลาทำการเปิด-ปิด: 09:00 – 16:00 น.

แนะนำการเดินทาง:

สำหรับนักท่องเที่ยว การเดินทางมายังตลาดน้ำประชารัฐ บางใบไม้ สามารถใช้บริการรถสองแถวหรือรถยนต์ส่วนตัว (รถเช่าภายในจังหวัดสุราษฏร์ธานี) ขับเข้าสู่ตัวเมืองสุราฏร์ธานี มุ่งหน้าสู่ถนนตลาดใหม่ เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแม่น้ำตาปี ไปตามถนนหมายเลข 207 เลี้ยวขวาเข้าซอยถนนวัดบางใบไม้ และเลี้ยวซ้ายเข้าวัดบางใบไม้ และเข้าสู่ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้

  1. เกาะพะงัน

กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งสำหรับเกาะในฝันของใครหลายคน มาพร้อมกับมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และจุดคัดกรองเข้า-ออกถึงสามแห่ง (1. ด่านจุดกรองโรงพยาบาลเกาะพะงัน 2. ด่านท่าเรือเอนกประสงค์เกาะพะงัน และ 3. ด่านท่าเรือหาดริ้นควีน) เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เริ่มหลั่งไหลกันเข้ามา อย่างไรก็ดี แม้กิจกรรมสุดฮิตอย่าง Full Moon Party ยังไม่มีกำหนดกลับมาเปิดให้บริการ เนื่องจากมาตราการผ่อนล็อกดาวน์ ระยะที่ 4 ยังคงกำหนดไม่ให้มีการจัดการงานในลักษณะของสถานบริการ ที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ, ผับ, และบาร์ แต่เสน่ห์ของเกาะพะงันหาลดน้อยลง และยังคงมีกิจกรรมอันเป็นเอกลักษณ์อื่นมากมาย อาทิ กิจกรรมในลักษณะตามรอยประวัติศาสตร์, ทางธรรมชาติ, กิจกรรมพักผ่อนเพื่อสุขภาพ ศูนย์การเรียนรู้ ศาตร์ และศิลป์แห่งชีวิต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกโยคะจากบรรดาโรงเรียนโยคะมากมายที่กระจายอยู่บนเกาะ ให้บรรยากาศคล้ายความสงบคล้ายเกาะเต่า ทว่าเป็นสวรรค์ในอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยว

กิจกรรมแนะนำที่ไม่ควรพลาด:

  • เตรียมใจและร่างกายให้พร้อม ลงเล่นไคต์เซิร์ฟที่อ่าวโฉลกหลำ
  • เยี่ยมชมและสักการะบูชาเจดีย์สีขาวสูงตระหง่าน อายุกว่าร้อยปีที่วัดพุทธเจดิยาราม (วัดเขาน้อย)
  • เข้าชมพิธภัณฑ์เรือหลวงพะงัน เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเรือหลวงพะงัน หรือ เดิมชื่อ ยูเอสเอส สตาร์ค เคาน์ตี แอลเอสที 1134 จาการผ่านศึกในสงครามเวียดนาม ภายในท้องเรือมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายและภาพศิลปะของเกาะพะงันจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ผสมผสานกับวีดีทัศน์ในอดีต ถือเป็นการพักผ่อนในรูปแบบการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การมาเยือน
  • เตรียมใจให้ผ่อนคลายและเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายไปกับกิจกรรมโยคะ หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเกาะพะงัน

แนะนำการเดินทาง:

การเดินทางไปยังเกาะพะงัน คล้ายกับบรรดาเกาะอื่นค่ะ คือต้องเดินทางมายังจังหวัดสุราษฏร์ธานีก่อน ทำการต่อรถโดยรถเช่าสุราษฏร์ธานี หรือรถโดยสารประจำทางไปยังท่าเรือ เพื่อเดินทางไปยังเกาะ หากเดินทางมาโดยเครื่องบิน ลงที่สนามบินสุราษฏร์ธานี แต่หากมาโดยรถไฟ ต้องลงที่สถานีรถไฟพุนพิน และขับรถยนต์ (รถเช่าสุราษฏร์ธานี) หรือรถโดยสารประจำทาง เข้ามายังตัวเมืองราว 12 กิโลเมตร และเดินทางต่อไปยังท่าเรือสู่เกาะ

มีสถานที่ใดไว้ในใจกันแล้วใช่หรือเปล่าคะ เราขอแนะนำว่าเลือก 2-3 สถานที่ จัดทำเป็นแผนการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่องกันกัน และหากมีงบประมาณอาจพิจารณาเช่ารถยนต์ไว้สัก 1 คันเพื่อการเดินทางที่ต่อเนื่อง, สะดวก, และปลอดภัย เนื่องจากแม้จะมีการคลายล็อกดาวน์ ระยะที่ 4 แต่เรายังจำเป็นต้องรักษามาตรการการเว้นระยะห่าง (social distancing) ซึ่งนอกจากรถยนต์

ส่วนตัว (รถเช่า) จะสามารถช่วยรักษามาตรการดังกล่าว ยังเพิ่มความสะดวกให้กับคุณ ด้วยการไม่ต้องรอรถโดยสารที่ในขณะนี้ยังคงจำเป็นต้องจำกัดที่นั่งและอาจเต็มอยู่บ่อยครั้ง เมื่อพิจารณาปัจจัยทุกประการอย่างครบถ้วนแล้วก็เริ่มแพ็คเกระเป๋า, จองตั๋วเครื่องบินหรือการเดินทางใดที่สะดวกของคุณ, จองรถเช่าที่ www.drivehub.co และเดินทางมาที่สุราษฏร์ธานีกันเลย!

5 ที่เที่ยว และจุดเช็คอินเก๋ๆโซน นนทบุรี บางใหญ่ ที่คุณไม่ควรพลาด

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องอยู่บ้านเยอะหน่อย…

เพราะต้องเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของไวรัส COVID-19 ขาเที่ยวอย่างเราๆก็คงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวและจุดเช็คอินต่าง ๆ เอาไว้ เฝ้ารอเวลา…หมดช่วงไวรัสนี้เมื่อไหร่ จะเที่ยวให้หนำใจเลยทีเดียว

บทความนี้ผมก็ได้ลิสต์รายชื่อ ที่เที่ยว, ที่กิน ที่น่าเข้าไปลองเที่ยว ลองกิน เช็คอิน ในโซนจังหวัดนนทบุรี และบางใหญ่ครับ มาดูกันเลยว่ารายชื่อ ที่เที่ยวนนทบุรี บางใหญ่ของผมนี้ตรงใจกับท่านผู้อ่านหรือเปล่า และท่านเคยไปมารึยังครับ ถ้าเคยไปมาแล้วสามารถมาแชร์ประสบการณ์กันได้เลยนะครับ

1. วัดสวนแก้ว

ก่อนไปเที่ยวผมชอบดูประวัติของที่เที่ยวนิดนึง ถ้ามีที่มาที่ไปน่าสนใจผมก็อยากลองไปครับ เรามาดูประวัติความเป็นมาของวัดสวนแก้วกันครับ วัดสวนแก้ว เดิมเป็นสถานที่เผยแพร่ธรรมะโดยพระพิศาลธรรมพาที หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของท่าน พระพยอม กัลป์ยาโณ ท่านเป็นพระนักพัฒนา ไปวัดนี้ก็จะเจอของที่น่าดูชมมากมาย ของใหม่ ของเก่า โบสก์ธรรมชาติ กุฏิพระริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่น นอกจากจะได้ไปทำบุญแล้ว ก็ยังมีที่ให้เดินเล่น และนั่งพักผ่อนได้อีกครับ

วัดสวนแก้วตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี การเดินทางไปวัดสวนแก้วนั้นไม่ยากครับ สามารถขับรถไปเองหรือหากยังไม่มีรถยนต์สามารถใช้บริการรถเช่า นนทบุรีบางใหญ่ ก็จะสามารถสะดวกได้มากขึ้น จุดสังเกตุตั้งต้นจากสะพานพระนั่งเกล้า เสร็จแล้วเราก็ตรงไปสี่แยกไฟแดงที่ 2 และก็เลี้ยวซ้ายเข้าบางกรวย ขับรถไปประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะเจอวัด หากท่านสนใจก็สามารถเข้าไปแวะชมแวะเช็คอินกันได้ครับ

2. ตลาดน้ำสวนบัว

ตลาดน้ำสวนบัว หรือ ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว เป็นตลาดน้ำเปิดใหม่ของชาวนนทบุรีครับเปิดเมื่อปี 2561 โดยตลาดน้ำสวนบัวนี้เป็นโครงการของจังหวัดนนทบุรี ที่อยากกระจายรายได้สู่ชมชน และให้ชาวชังหวัดนนทมีที่เดินเที่ยว เดินช้อปกันในช่วงวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ แต่ก่อนตรงนี้เป็นบึงบัวที่อยู่ริมคลองน้ำอ้อม มีบึงตรงกลางและมีต้นไม้ล้อมรอบ เก็บเข้าเช็คลิสต์แล้วไปลองเดินเล่นกันดูครับ

ตลาดน้ำสวนบัว ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี การเดินทางไม่ยากครับ จุดสังเกตุก็คือแยกบางพลู เสร็จแล้วให้มุ่งหน้าไปทางบางกรวย ขับรถไปสักพักก็จะข้ามสะพานข้ามคลองน้ำอ้อมและก็ให้ชิดซ้าย เพื่อเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยบางเลน 1 จากนั้นก็ขับรถไปตามทาง ท่านก็จะเห็นประตูน้ำ 8 บาน ตลาดน้ำสวนบัวจะอยู่ทางซ้ายมือครับ การเดินทางน่าสนใจมั้ยละครับ เก็บไว้ลองไปดูครับ

3. วัดอัมพวัน

ประวัติความเป็นมาของวัดอัมพวันน่าสนใจครับ วัดอัมพวันนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย แต่ก่อนใช้ชื่อว่า วัดบางม่วงครับ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หอไตรกลางน้ำครับ เป็นเรือนไม้ที่สร้างจากไม้สักทอง และสร้างขี้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ ก็คือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั่นเอง มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจและน่าไปเที่ยวไปทำบุญกันครับ

วัดอัมพวันตั้งอยู่ที่ ตำบล บางม่วง อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี การเดินทางสามารถไปได้มั้งทางเรือหรือขับรถไปก็ได้ครับ หากต้องการนั่งเรือเล่นชิล ๆ การสามารถมาได้ทางเรือหางยาวครับ มาจากท่าเรือหน้าที่ว่าการอ.บางใหญ่ ใช้เวลาแป้บเดียวประมาณ 5 นาที หรือหากขับรถมาใหมาเส้นถนนวงแหวนรอบนอกบางบัวทอง-ตลิ่งชัน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตำบลบางม่วงครับ สังเกตง่ายไปไม่ยากแบบนี้ลองมานั่งเรือชมวิวกันที่วัดนะครับ

4. คลองบางกอกน้อย

คลองบางกอกน้อย มีประวัติน่าสนใจมากครับ คลองบางกอกน้อยเดิมทีเคยเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยนี้รุ่งเรืองมากในช่วงในสมัยก่อนช่วงรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 ในสมัยก่อนมีแต่บ้านพักเรือนแพ เรือพาย เรือค้าขาย คึกคักมาก เนื่องจากคลองบางกอกน้อยเป็นคลองที่ขุดขึ้นมาใหม่ในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา (ช่วงปีพ.ศ. 2077 – 2089) ท่านได้ให้ขุดคลองเพื่อที่จะลัดแม่น้ำขึ้น ว่ากันว่าสามารภช่วยประหยัดเวลาการเดินทางได้เป็นวันเลยทีเดียว ต่อมาหลังจากขุดคลองแล้วทำให้กระแสน้ำส่วนใหญ่ได้ไหลเข้าสู่คลอง ทำให้คลองมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายใหม่ ส่วนแม่น้ำสายเดิมก็ค่อย ๆแคบลง ๆ จนกลายมาเป็นคลองบางกอกน้อย คลองชักพระ และคลองบางกอกใหญ่แทนในปัจจุบันนี้เอง

การเที่ยวคลองบางกอกน้อยนั้น ส่วนใหญ่เป็นการนั่งเรือเที่ยว ชมชีวิตริมสองฝั่งคลองครับ โดยขึ้นเรือที่ท่าช้าง แขวงศิริราช เส้นทางบางกอกน้อย-บางใหญ่ หรือนั่งจากบางใหญ่ไปศิริราชก็ได้ครับ ใช้เวลานั่งเรือประมาณชั่วโมงนึงลองเก็บเข้าแพลนดูนะครับ

5. เกาะเกร็ด

ประวัติความเป็นมาของของเกาะเกร็ดกันครับ เกาะเกร็ดเกิดจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยกรุงศรีอยุธยาครับ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2265 ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ท่านได้ขุดคลองคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาและคนสมัยนั้นก็เรียกกันว่า คลองลัดเกร็ดน้อย หรือ คลองเตร็ดน้อย อ้างอิงจากชื่อตามดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงสยามฉบับบริติชมิวเซียม โดยแถบคลองลัดเกร็ดน้อยนี้เป็นที่อยู่ของชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่มีอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นส่วนใหญ่ และยังเป็นอาชีพที่ตกทอดกันมาจนถึงรุ่นยุคปัจจุบัน

เกาะเกร็ดนั้นมีที่เที่ยวมากมาย เที่ยวได้หลายแนวเลยครับ นั่งเรือเที่ยว ชมวัด ชมศิลปะวัฒนะธรรม นั่งเรือชมเกาะ ขี่จักรยาน ของกินอร่อยก็เยอะครับ ลองเก็บเข้าแพลนได้เลยครับ หมดช่วงเฝ้าระวังไวรัสก็ไปเที่ยวกันได้เลย

การเดินทางไปเกาะเกร็ดนั้นสามารถไปได้หลายทางเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ หรือเรือ หากขับรถไปก็จะมีจุดสังเกตุคือห้าแยกปากเกร็ด จากห้าแยกให้ไปทางโรงหนังเมเจอร์ปากเกร็ด และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนภูมิเวท ไปจอดรถที่วัดสนามเหนือ มี่วัดมีท่าเรือที่จะข้ามไปเกาะเกร็ดครับ

หรืออยากนั่งเรือเล่นก็มีเรือด่วนเจ้าพระยามาจากในกรุงเทพมาลงที่ท่าน้ำนนท์ และก็นั่งเรือประจำทางจากท่าน้นำนนท์มาเกาะเกร็ด เรือมีตั้งแต่ 08.30 – 18.30 น.หรือเหมาเรือหางยาวจากท่าน้ำนนท์มาเกาะเกร็ดก็ได้ครับ

หากท่านต้องการเดินทางอย่างสะดวกสบายเราขอแนะนำรถเช่า หรือหาเช่ารถ นนทบุรี บางใหญ่ กับทาง Drivehub ได้เลยครับ บริการดี คุณภาพเยี่ยมแน่นอน และสุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจากโรค COVID-19 และสุขภาพแข็งแรงมีแรงเที่ยวเยอะๆครับ

10 แนวทางการป้องกันไวรัสโควิด-19 ในระหว่างการเดินทาง

ตอนนี้ทุกท่านคงทราบกันดีแล้วว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19

ไวรัสตัวนี้เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้จากการถูกละอองน้ำมูก หรือน้ำลายจากการไอ จาม และสารคัดหลั่งต่าง ๆของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ หากเรารับเชื้อเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดอาการปอดอักเสบรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถึงแม้โรคนี้จะมีการรักษาให้หายได้ แต่เราควรป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสนี้เข้าสู่ร่างกายของเราเป็นการดีที่สุด

โควิด-19 เป็นเป็นเชื้อไวรัสในตระกูลไวรัสโคโรน่า

ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีไวรัสโคโรน่ามาแล้ว 6 สายพันธุ์ โดยคนไทยอาจจะคุ้นเคยชื่อของไวรัสชนิดนี้มาก่อนในชื่อของโรคซาร์ส (SARS) ซึ่งเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจร้ายแรง ที่มีสามเหตุมาจากเชื้อไวรัสตระกูลโคโรน่าเช่นกัน โดยเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้เป็นสายใหม่สายพันธ์ที่ 7 โดยไวรัสโคโรน่า ถือว่าเป็นไวรัสที่จัดอยู่ในวงศ์ใหญ่ที่สุดในบรรดาไวรัสที่พบสามารถพบได้ในทั้งสัตว์และคน

ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีอาการเหมือนกับผู้ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

โดยจะมีอาหาร คัดจมูก ไอ เจ็บคอและมีไข้ ผู้ป่วยบางรายมีอาการรุนแรงจะมีอาการปอดบวม หายจะลำบากจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และผู้สูงอายุจะเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรง หากได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19

โรคนี้สามารถติดต่อและเพร่กระจายได้ง่าย ทางฝอยละอองจากจมูกหรือปากของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ เมื่อผู้ป่วยไอหรือจาม ก็จะมีฝอยละอองของผู้ป่วยกระจาย และตกลงสู่พื้นผิว วัตถุ หรือสิ่งของรอบ ๆ จากนั้นหากผู้อื่นมาสัมผัสสิ่งของนั้น และมาจับตา หู จมูก ปากก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หรือแม้กระทั้งการหายใจเอาฝอยละอองของผู้ป่วยเข้าไปโดยตรง ก็จะทำให้ติดเชื้อได้เช่นกัน ดังนั้นการรักษาระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร หรือ 3 ฟุต ก็เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันโรคได้

ตอนนี้ท่านน่าจะพอรู้จักและเข้าใจกลไกการแพร่เชื้อของไวรัสชนิดนี้แล้วโดยการป้องกันที่ดีที่สุด

ก็คือ อยู่ในที่พักอาศัย หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีฝูงชนแออัด แต่สำหรับท่านที่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางออกจากบ้านเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน การเดินทางไปติดต่อทำธุรกรรมในสถานที่ต่าง ๆ การเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้กระทั่งการเดินทางเพื่อกลับภูมิลำเนา ในช่วงระหว่างการเดินทางที่เราต้องเจอผู้คนมากมายนั้น อาจเป็นการเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อให้เราได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเราควรป้องกันตัวเองให้ดี และมาดูกันว่าเราควรป้องกันตัวเองอย่างไรบ้างในระหว่างการเดินทาง

  1. ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาในระหว่างการเดินทาง ไม่ควรจับหรือขยับหน้ากากบ่อย ๆ และควรล้างมือทุกครั้งที่จับหน้ากากอนามัย อาจล้างด้วยน้ำสบู่หรือล้างด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก็ได้เช่นกัน
  2. พกแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อติดตัวไปด้วย ในระหว่างการเดินทางอาจต้องมีการ ขยับหน้ากากอนามัย หรือมีการจับสิ่งของที่เป็นของใช้ส่วนรวมเช่น ราวจับบนรถสาธารณะ การเข้าห้องน้ำสาธารณะ การจับลูกบิดประตู เป็นต้น หลังจากสัมผัสสิ่งของเหล่านี้เราควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
  3. ระวังการ จับใบหน้า การเช็ดเหงื่อ การขยี้ตา การแคะหู การแคะจมูกระหว่างเดินทาง ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง และหากท่านมีเด็กเล็กไปด้วยในระหว่างการเดินทางควรระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ
  4. พยายามนั่ง ยืน เข้าคิวหรือพูดคุยด้วยการเว้นระยะห่างจากผู้อื่น ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตรเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ หลีกเลี่ยงรถโดยสารที่มีความแออัดสูง
  5. หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ผู้ที่มีอาการไอหรือจาม ดังที่เราเรากันดีอยู่แล้วว่า ไวรัสโควิค-19 นั้นสามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสถูกการไอหรือจากผู้ติดเชื้อ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่มีอาการไอหรือจากขณะเดินทาง
  6. หากต้องเข้าห้องน้ำสาธารณะควรทำความสะอาดที่นั่งชักโครกด้วยแอลกอฮอล์ ฆ่าเชื้อทุกครั้ง และระวังอย่าให้น้ำในห้องน้ำสาธารณะกระเด็นถูกร่างกาย
  7. ล้างมือและทำความสะอาดหน้ากากหน้ามัยด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทุกครั้ง หลังจากไปถึงที่หมาย หากท่านถึงที่พักอาศัยแล้วก็ควรถอดรองเท้าไว้หน้าบ้าน ตากแดดไว้กลางแจ้ง หากเป็นคอนโดหรืออพาร์ทเม้นก็ควรถอดรองเท้าหน้าห้องเพื่อทำความสะอาดก่อน
  8. งดรับประทานอาหารในพื้นที่แออัด หากต้องรับประทานอาหารในระหว่างเดินทาง ควรเว้นระยะห่างจากคนรอบข้าง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส และควรทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว
  9. เช่ารถขับ เพื่อหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้คนในระหว่างการเดินทาง ท่านสามารถเช่ารถขับ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสในระหว่างการเดินทางได้, Drivehub มีรถเช่าให้บริการครอบคลุมหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล การเช่ารถ นนทบุรี ก็ทำได้เช่นกัน หรือ การเช่ารถในพื้นที่สนามบิน เช่น เช่ารถสนามบินเชียงใหม่, เช่ารถสนามบินอุดรธานี, เช่ารถสนามบินภูเก็ต เป็นต้น การเช่ารถขับก็เป็นอีกช่องทางในการป้องกันไวรัส โควิด-19 ได้เช่นกัน
  10. งดเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด ควรหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพื้นที่ที่เราจะต้องเดินทางไป ว่ามีการตรวจพบผู้ติดเชื้อสูงหรือไม่ หากเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อก็ควรเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทาง

หากท่านมีความจำเป็นเป็นที่จะต้องออกเดินทางไปในที่ต่าง ๆระหว่างช่วงเวลาที่ไวรัสระบาดนี้ ขอให้ท่านป้องกันตัวเองตามแนวทางที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและลดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ต่อไป

Ref: https://www.sikarin.com/content/detail/408/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA-covid-19

https://www.who.int/thailand/emergencies/novel-coronavirus-2019/q-a-on-covid-19