สักการะพระธาตุดอยตุง พระธาตุสำหรับคนเกิดปีกุล ปฐมเจดีย์ล้านนาแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเชียงราย

สักการะพระธาตุดอยตุง พระธาตุสำหรับคนเกิดปีกุล

เมื่อขึ้นมาท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงราย สถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งที่ไม่มาไม่ได้ ก็คือ พระธาตุดอยตุง เพราะถือเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่คู่กับเชียงรายมาอย่างยาวนาน พระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ประวัติของวัดพระธาตุดอยตุงหรือ วัดพระมหาชินธาตุเจ้า

ตำนานเล่าว่าพระธาตุดอยตุงถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช กษัตริย์ผู้ครองนครโยนกพันธุ์ หรืออำเภอแม่จันในปัจจุบัน ซึ่งพระเจ้าอชุตราชได้รับพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า)มาจากพระมหากัสสปะ แล้วได้สร้างเจดีย์บรรจุเอาไว้ เมื่อปี พ.ศ.1454 และอีก 100 ปีต่อมาก็มีพระอรหันต์องค์หนึ่งนำเอาพระบรมสารีริกธาตุมามอบถวายให้พระเจ้ามังรายธิราชจากนั้นก็ร่วมใจกันนำเอาพระบรมธาตุขึ้นบรรจุสร้างใหม่ขึ้นมาอีกองค์หนึ่งบนดอยตุงใกล้กับเจดีย์องค์เดิม ทำให้พระธาตุดอยตุงมีเจดีย์สององค์มาจนถึงปัจจุบัน

วัดพระธาตุดอยตุง เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดดอยและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนเชียงราย บรรยากาศโดยรอบจะมีต้นไม้สูงใหญ่ให้ความร่มรื่นมากมาย ถึงแม้ด้านล่างจะร้อนแต่เมื่อขึ้นไปถึงบนพระธาตุจะสงบร่มเย็น ทางขึ้นมีความสูงชัน ในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีหมอกลงมากๆถนนจะลื่น โปรดใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ด้านบนจะมีวิหาร ที่ให้ประชาชนได้เข้าไปกราบไหว้ขอพร ด้านหน้าวิหารจะมีพระธาตุดอยตุงสีทองโดดเด่นมากเมื่อขึ้นไปสักการะพระธาตุแล้ว ด้านหน้าพระธาตุจะมีรอยปักตุงที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองและชัยชนะ จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 300 เมตรก็จะเจอกับจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์บ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงามได้อย่างเต็มตา โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะสามารถมองเห็นทะเลหมอกผ่านจุดชมวิวนี้ที่สวยงามและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก พระธาตุดอยตุงเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและมักจะจัดงานนมัสการพระธาตุดอยตุงขึ้นทุกปี
ซึ่งจะมีพุทธศาสนิกชนทั้งไทย พม่า และลาวเดินทางเข้ามานมัสการกันอย่างคึกคัก อีกทั้งพระธาตุดอยตุงเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีกุน ตามความเชื่อของชาวล้านนาว่าคนที่เกิดปีกุนควรไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิดให้ได้อย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิตเพื่อเป็นสิริมงคลต่อตนเอง

พระธาตุดอยตุง เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.30-17.30 น.

การเดินทาง

สามารถ เช่ารถ ใช้ทางขึ้นดอยตุงสายใหม่ จากนั้นเลี้ยวซ้ายระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 12และ 13 หรืออาจจะใช้ทางขึ้นดอยตุงสายเก่าเลี้ยวซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 1149 ตรงบ้านห้วยไคร้ เส้นทางจะสูงและชันกว่าเส้นทางสายใหม่แต่ใกล้กว่า
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชำนาญเส้นทางหรืออยากใช้รถสาธาณะ สามารถขึ้นรถสองแถวสีม่วงขึ้นไปที่ดอยตุงได้ ซึ่งจะเสียค่าโดยสารประมาณคนละไม่เกิน 70 บาท

หารถเช่า กดเช็คราคาเลย รถเช่า เชียงราย ราคาถูก

แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเมืองเชียงราย สัมผัสความงามแห่งขุนเขาและวิถีชีวิตล้านนา

แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเมืองเชียงราย สัมผัสความงามแห่งขุนเขาและวิถีชีวิตล้านนา

เมืองเชียงรายเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือ เนื่องจากเป็นเมืองเก่าเมืองแก่และมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน อีกทั้งภูมิประเทศยังรายล้อมไปด้วยภูเขา ต้นไม้และแม่น้ำทำให้สภาพอากาศเย็นสบายและสดชื่นตลอดปี บวกกับวิถีชีวิตและภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้เชียงรายได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่ต้องการพักผ่อนและชื่นชอบกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม สำหรับนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมาสัมผัสอากาศดีๆของเมืองเชียงรายแล้ว ขอแนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้ชิดธรรมชาติและเป็นสถานที่ขึ้นชื่อของเชียงรายที่เรียกว่าเมื่อมาเชียงรายต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง

1.พระธาตุดอยตุง

พระธาตุดอยตุงตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ที่เมื่อมาถึงเชียงรายแล้วต้องแวะ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากที่สุดในฤดูหนาวเพราะอากาศดี วิวสวยการได้มาสักการะพระธาตุดอยตุงถือว่าเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ที่สำคัญพระตำหนักดอยตุงยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า ภายในตำหนักจะมีไม้แกะสลักเป็นลวดลายสวยงามตามแบบฉบับของล้านนา และรอบๆพระตำหนักยังมีสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่บานสดชื่นสวยงาม โดยเฉพาะช่วงเช้าของฤดูหนาวจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของหมอกที่ปกคลุมทุ่งดอกไม้และยอดเขาอย่างสวยงามตรึงตาตรึงใจเป็นอย่างมาก

2.วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่นเป็นวัดที่ออกแบบและก่อสร้างโดยอ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นวัดที่สวยงามและถือเป็นแลนด์มาร์คชื่อดังของจังหวัดเชียงราย ที่นักท่องเที่ยวต่างอยากมาเห็นและสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง เพราะมีจิตรกรรมและสถาปัตยกรรมที่สวยงามและแฝงไว้ด้วยความหมายทางพุทธศาสนาและการดำเนินชีวิต พระอุโบสถมีสีขาวประดับด้วยกระจกเงินแวววาวสะท้อนแสง ภายนอกยังมีแกลลอรี่รวมภาพผลงานของอ.เฉลิมชัยให้ได้ชมกันอีกด้วย

3.วนอุทยานภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ที่งดงามของมุมสูง ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงาม บนยอดภูชี้ฟ้าจะเป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมากางเต้นท์เพื่อชื่นชมพระอาทิตย์ขึ้น ระหว่างทางขึ้นเขาในช่วงเดือนมกราคมจะพบดอกนางพญาเสือโคร่งและช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเห็นดอกเสี้ยวสีขาวบานสะพรั่งเต็มเชิงเขา

4.ดอยผาตั้ง

ดอยผาตั้งเป็นยอดดอยอยู่ในเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของเชียงราย เพราะยอดเขาจะมีทิวทัศน์รอบด้านที่กว้างขวางและสวยงามมาก อีกทั้งเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติและความสงบ

5.วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

เป็นวนอุทยานในเขตป่าสงวนแห่งชาติดอยนางนอน ภายในมีถ้ำพญานาค และถ้ำหลวง โดยถ้ำหลวงนั้นถือเป็นถ้ำที่มีความยาวมากที่สุดเป็นอันดับสี่ของประเทศไทยภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยสวยงาม และมีธารน้ำไหลผ่านโดยปกติจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมในช่วงหน้าแล้ง แต่หลังจากที่มีเยาวชนเข้าไปติดอยู่ในถ้ำ ถ้ำหลวงจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ผู้คนหลั่งไหลกันมาเที่ยวไม่ขาดสาย

นอกจากนี้จังหวัดเชียงรายยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆอีกหลากหลาย เช่น ไร่บุญรอด หรือ สิงห์ ปาร์ค ดอยแม่สลอง ดอยวาวี ดอยผาตั้ง วัดพระแก้ว วัดร่องเสือเต้น เป็นต้น ซึ่งทุกสถานที่มักจะมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตล้านนาโบราณให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมและสัมผัสที่สำคัญภาษาเหนือที่ใช้ก็มีความไพเราะอ่อนหวาน ผู้คนก็อ่อนน้อมและใจดี ทำให้เชียงราย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมาแล้วประทับใจและจดจำมิรู้ลืม

หากต้องการหารถเช่าขับเที่ยวสามารถเช็คราคาได้ที่ www.drivehub.co

ท่องเที่ยว วัดร่องขุ่น ชมศิลปกรรมอันวิจิตรงดงาม เหมือนอยู่ในแดนสวรรค์

วัดร่องขุ่น

เป็นวัดที่มีความสวยงามโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดเชียงราย ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศให้หลั่งไหลกันเข้ามาชมความงดงามของงานศิลปะและสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตากันอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวคนจะเยอะเป็นพิเศษ

 

วัดร่องขุ่น เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดผลงานของศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ อย่าง อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งได้สร้างความงดงามทางศิลปะ ผสานกับวัฒนธรรมล้านนา ที่สอดคล้องกับพุทธศาสนาได้อย่างลงตัว ประวัติวัดร่องขุ่นเริ่มต้นมาจาก อ.เฉลิมชัยได้เข้าเฝ้าฯพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 และได้มีความตื้นตันและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจึงตั้งใจไว้ว่าจะสร้างงานพุทธศิลป์ขึ้นเพื่อเป็นศิลปะประจำรัชกาล เมื่อเดินทางใกล้จะถึงวัดจะเห็นวัดร่องขุ่นมีความสง่างามและโดดเด่นมาแต่ไกล ภายในวัดกว้างขวาง สะอาด ร่มรื่น และมีสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย ทั้งลวดลายของปูนปั้นและการจัดวางโครงสร้างต่างๆสะท้อนถึงหลักศีลธรรมและคำสอนทางพุทธศาสนาได้อย่างชัดเจน ตัววัดจะเป็นสีขาวประดับด้วยกระจกใสแวววาว ตรงหน้าทางเข้าอุโบสถจะเป็นสะพานจำลองการเดินข้ามจากวัฏสงสารต่างๆเพื่อเข้าสู่ประตูพุทธภูมิ ทำให้เราได้เห็นถึงสัจธรรมของมนุษย์ เมื่อเดินมาถึงพระอุโบสถจะเห็นถึงความงดงามที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก แต่ข้อห้ามของทางวัดคือห้ามถ่ายรูปในพระอุโบสถโดยเด็ดขาด โดยด้านในพระอุโบสถจะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่อาจารย์วาดขึ้นมาเองอย่างงดงามและเล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้ ซึ่งด้านบนจะเป็นภาพวาดทางพระพุทธศาสนา ส่วนฝาผนังด้านล่างจะเป็นภาพวาดสมัยใหม่ที่สอดแทรกตัวการ์ตูนดังต่างๆลงไปด้วยมากมาย เช่น โดราเอมอน สไปเดอร์แมน โปเกม่อน ฯลฯ

การมาเที่ยวที่วัดร่องขุ่น มี 3 จุดที่นักท่องเที่ยวมักจะพลาดไป

ก็คือ ด้านหลังวัดจะมีโรงปั้น ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปดูศิลปินสร้างสรรค์ผลงานได้ ก่อนจะถึงโรงปั้นจะเห็นหอของพระพิฆเนศที่มีพระพิฆเนศองค์ใหญ่ไว้ให้ได้สักการะกัน และอีกที่หนึ่งก็คือแกลลอรี่ที่อยู่ตรงทางเข้าวัด ซึ่งแกลลอรี่นี้จะรวบรวมผลงานต่างๆของอ.เฉลิมชัยตั้งแต่เด็กๆเอาไว้ให้เราทุกคนได้ดูกันด้วยด้วย จุดเด่นอีกแห่งหนึ่งของวัดร่องขุ่น คือห้องน้ำ ที่สร้างมาอย่างสวยงามอลังการ จะเรียกได้ว่าเป็นห้องน้ำที่สวยที่สุดในโลกก็ว่าได้เพราะมีการตกแต่งและออกแบบอย่างสวยงามเป็นรูปทรงศาลาสีทองทั้งหลัง และสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวที่จังหวัดเชียงราย แนะนำให้มาเที่ยวที่วัดร่องขุ่นให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตเพราะจะได้เห็นถึงความงดงามที่ยากเกินจะบรรยายพร้อมทั้งสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบายและอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวชมความงดงามของวัดร่องขุ่น

สามารถมาได้ตลอดทุกฤดู โดยวัดร่องขุ่นเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน เวลา 06.30-18.00 น. ส่วนห้องแสดงภาพจะเปิดให้เข้าชมในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น.ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชกาลต่างๆจะเปิดให้เข้าชมเวลา 08.00-18.00 น.

โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าชมความงดงามได้ฟรี ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องเสียค่าบัตรเข้าชม 50 บาทการเดินสามารถเดินทางโดยรถรับจ้างในพื้นที่ หรือ เช่ารถ เช่าเชียงราย ก็สามารถเดินทางไปได้เช่นกัน หากสนใจเช็คราคา สามารถเช็คราคาได้ที่ www.drivehub.co