รถเช่ากรุงเทพเช่าอย่างไรให้คุ้มราคาที่สุด

การเช่ารถเช่ากรุงเทพเป็นทางเลือกที่ใครหลายๆคนสนใจ

เนื่องจากความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการเดินทาง จึงมีบริษัทรถเช่ามากมายให้บริการทั่วกรุงเทพ แต่ก็มีรถเช่ากรุงเทพจำนวนไม่น้อยที่ราคาไม่สมเหตุสมผล ซึ่งถ้าเรารู้วิธีเลือกเช่ารถเช่ากรุงเทพ ที่ทำให้ได้ราคาคุ้มค่าที่สุดก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากทีเดียว

1. เปรียบเทียบราคาแต่ละแห่ง

เนื่องจากจำนวนบริษัทรถเช่ากรุงเทพที่มีอยู่มากมาย แน่นอนว่าขั้นตอนแรกที่เราควรทำก็คือการเปรียบเทียบราคานั่นเอง โดยควรเปรียบเทียบทั้งรุ่น สภาพของรถ และราคา ซึ่งถูกกว่าไม่ได้หมายความว่าดีกว่าเสมอไป เช่น ถ้าจ่ายราคาสูงขึ้นอีกนิดแต่ได้รถที่รุ่นดีกว่าและสภาพใหม่กว่า ก็ถือว่าราคาที่ได้คุ้มคว่ากว่า วิธีเปรียบเทียบก็ทำได้สะดวกเพียงแค่ใช้เว็บไซต์เปรียบเทียบราคารถเช่าเท่านั้น  ไม่ต้องโทรถามแต่ละบริษัทรถเช่ากรุงเทพให้ยุ่งยาก

2. มองหาโปรโมชั่นและส่วนลด

เพื่อให้ได้ราคารถเช่ากรุงเทพที่ถูกลงไปอีก เราควรสนใจโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษต่างๆเอาไว้ให้ดี  ด้วยอัตราการแข่งขันที่สูง บริษัทรถเช่ากรุงเทพหลายๆแห่งมักจะมีโปรโมชั่นคุ้มๆมาเสนอเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งถ้าพิจารณาด้านอื่นๆอย่างสภาพรถและความน่าเชื่อถือแล้ว การมีโปรโมชั่นดีๆเพิ่มเข้ามาก็จะทำให้ตัดสินใจเลือกรถเช่ากรุงเทพได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. เตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไปเอง

การเช่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆนอกเหนือจากการเช่ารถเช่ากรุงเทพ เช่น เครื่องนำทาง GPS หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ก็ทำให้ราคาในการเช่ารถสูงขึ้นไปได้อีก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ควรเตรียมมาเองจากบ้านจะดีกว่า เช่น การใช้ GPS จาก Google Maps และใช้เบาะเด็กที่มีอยู่แล้ว เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นไปได้

4.  ใส่ใจเรื่องประกันให้ดี

เนื่องจากรถเช่ากรุงเทพส่วนมากมักจะมาพร้อมประกันชั้น 1 แบบที่ยังต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก หรือมีค่า deduct และถ้าหากต้องการแบบ no deduct ก็จะต้องอัพเกรด ดังนั้นอย่าลืมเช็คดูว่าบัตรเครดิตหรือประกันเดินทางที่คุณมีอยู่แล้วนั้นครอบคลุมเรื่องประกันรถยนต์ไว้ให้แล้วหรือไม่ ถ้าครอบคลุมแล้ว เมื่อเช่ารถเช่ากรุงเทพก็ไม่จำเป็นต้องอัพเกรดเป็นประกันภัยชั้น 1 แบบที่ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายให้สูงขึ้นไปอีกได้

5. ตรวจดูสภาพรถให้ดีก่อนคืนรถ

เพื่อป้องกันไม่ไห้โดนเรียนเก็บค่าบำรุงรักษารถเพิ่มเติม ก่อนคืนรถเราควรตรวจสอบสภาพรถให้ดีว่าไม่มีความเสียหายอะไร ถ้าหากมีรอยเลอะเทอะก็ควรทำความสะอาดเบื้องต้นก่อน นอกจากนี้ยังควรเติมน้ำมันรถให้เต็มก่อนคืนรถอีกด้วยเนื่องจากถ้าน้ำมันหมด บริษัทรถเช่าอาจเก็บค่าน้ำมันและค่าจัดการเติมน้ำมันได้เป็นสองเท่า ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่เราต้องตรวจดูสภาพรถและเติมน้ำมันให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนั่นเอง

เพื่อให้ได้ราคาเช่ารถที่คุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด

เราควรใส่ใจทำตามทั้ง 5 ข้อนี้ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่จำเป็นไปได้มากทีเดียว เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนเรียกเก็บค่าบริการอะไรอีกหรือไม่ เช่ารถเช่ากรุงเทพแล้วไปเดินทางท่องเที่ยวอย่างสบายใจกันได้เลย

แชร์ 6 เทคนิค เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย ของมีค่าไม่ถูกขโมย

จะเที่ยวทั้งทีก็ต้องอยากเที่ยวให้สบายใจ ไม่ต้องกังวล

แต่การไปเที่ยวก็ต้องนำเอาสิ่งของมีค่าพกไปด้วยเสมอ อย่างเจ้ากล้องถ่ายรูปเพื่อเอาไว้เก็บภาพความสวยงามที่ได้ไปเยือน ได้เป็นความทรงจำที่เมื่อใดนึกถึงก็ยังเอารูปเหล่านั้นหยิบขึ้นมาดูได้ .. ไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่าสถานที่ที่เราจะไปนั้น อาจจะเจอกับพวกโจรขโมยหรือแก๊งค์มิจฉาชีพหรือไม่  เราควรต้องเตรียมตัวป้องกันไว้ก่อนเพื่อให้การเที่ยวทริปนี้ปลอดภัย ของมีค่ายังอยู่ครบ เงินไม่ถูกขโมย .. วันนี้ DriveHub ศูนย์รวมบริการเช่ารถกรุงเทพ มี 6 เทคนิคเที่ยวให้ปลอดภัย ของไม่ถูกขโมยมาฝาก ไปดูกันค่ะว่ามีเทคนิคใดบ้าง

กล้องถ่ายรูปกรุงเทพ

1.กล้องตัวโปรดแต่งตัวให้ดูพัง

เพราะราคากล้องแต่ละตัวนั้นมีราคาสูงขึ้นหลักหลายหมื่นถึงหลักแสนเลยทีเดียว มันเลยกลายเป็นสิ่งของมีค่าในสายตาโจรมาก ๆ หากคุณต้องพกกล้องไป คุณต้องทำการจัดการกับกล้องให้ดูเหมือนกับมันใกล้จะพังแหล่ไม่พังแหล่ โดยอาจจะใช้ฟลอร่าเทปและกระดาษกาวติด ๆ แปะ ๆ ในบริเวณเลนส์หรือตัวกล้อง ให้ดูเหมือนว่าช่องต่อระหว่างเลนส์กับตัวกล้องนั้นหลวมแล้วนะ สภาพน่าจะใกล้พังเต็มทน เมื่อโจรเห็นแบบนั้น มันก็จะคิดว่าถอยดีกว่า เพราะขโมยไปขายก็ไม่คุ้มค่าเหนื่อย

พกกุญแจรถเช่ากรุงเทพ

2. พกกุญแจและตัวล็อคไว้เสมอ

ในหลายสถานที่ที่คุณต้องไปและต้องพกกระเป๋าไปด้วย ควรหาเสาหรือเหล็กไว้สำหรับใช้กุญแจกับตัวล็อคได้ เพราะกระเป๋าที่พกไปนั้นหนัก หากจะถือไว้กับตัวก็คงจะไม่ไหว การล็อคกระเป๋าเอาไว้จะทำให้โจรรู้สึกว่างานนี้มันต้องใช้เวลาในการขโมยนานเกินไป ทำให้พวกมันเมินที่จะขโมย

แยกเงินสดไว้

3. แยกเก็บเงินสดในหลายที่

ต้องไม่พกเงินก้อนเดียวไว้ในที่ที่เดียว เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าพวกโจรมันจะเข้ามาจากทางด้านไหน การแบ่งเงินสดไว้เก็บในหลายที่จะช่วยให้เรายังพอมีเงินสดที่จะไปต่อได้ หากเก็บเงินไว้ที่เดียวแล้วถูกขโมยเพียงแค่ครั้งเดียว ก็เสร็จโจรเลย หมดเงิน ไปไหนไม่ได้ ต้องพึ่งตำรวจแล้วงานนี้

4. เอากระเป๋าไว้ด้านหน้า ในที่ที่เป็นชุมนุมชน

มีคนเดินกันขวักไขว่ ในที่แบบนั้นคุณควรจะต้องเอากระเป๋ามาไว้ด้านหน้าตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมิจฉาชีพทำการกรีดกระเป๋าหรือขโมยของโดยที่เราไม่รู้ตัว

5.อย่าเก็บเงินไว้ในกระเป๋าหลัง

เพราะพวกโจรนี่มือเบามาก มีเพียงคัตเตอร์คม ๆ สัก 1 เล่ม เดินเข้าด้านหลังเราไม่ถึง 5 วินาที มันก็สามารถเอากระเป๋าเงินของเราไปได้แล้ว การเก็บกระเป๋าเงินไว้ที่กระเป๋าหลังถือเป็นข้อผิดพลาดที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด เพราะมันทำได้ง่ายและกว่าเราจะรู้ตัว โจรก็เอาเงินไปใช้สบายใจเฉิบไปแล้ว

6. เครื่องประดับของมีค่าห้ามเอาไป  ไม่ว่าจะเป็นหากไปเที่ยว

สิ่งเหล่านี้ต้องเก็บไว้ที่บ้านหรือหากรู้สึกไม่ปลอดภัย จะนำไปเก็บในธนาคารหรือจะไปฝากร้านทองก็ได้ เสียดอกค่าฝากนิดหน่อย แต่ดีกว่าจะต้องสูญหายไปทั้งหมด คุ้มค่ากว่ากันเยอะค่ะ

และนี่คือ 6 เทคนิคเที่ยวให้ปลอดภัย ของมีค่ายังอยู่ครบ ไม่ถูกขโมย จะเที่ยวทั้งทีต้องเที่ยวให้สนุก อย่ามัวแต่พะวงหน้ากังวลหลัง ของมีค่าทั้งหลายที่มีควรไปฝากไว้กับญาติหรือเพื่อนที่ไว้ใจหรือไม่ก็ไปฝากเอาที่ธนาคารเลยดีกว่า จะได้เที่ยวได้อย่างสนุกเต็มที่ ..

ด้วยความปรารถนาดีจาก DriveHub ศูนย์รวมบริการเช่ารถกรุงเทพ ให้คุณเที่ยวกรุงเทพอย่างอิสระ
เช็คราคารถเช่าเลย

รถชนถี่ เคลมประกันบ่อย มีผลต่อการทำประกันครั้งหน้าไหม?

เพราะการขับขี่บนท้องถนนมีความเสี่ยงสูงมากที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ  เราคงได้ยินคำพูดเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยๆ กับประโยคที่ว่า “ไม่เราชนเขา เขาก็ชนเรา” หากลองพิจารณาแล้วก็ต้องเห็นด้วยกับประโยคดังกล่าว หลายครั้งหลายหนที่เราคิดว่าเรารอบคอบดีแล้ว จอดรถในที่ที่ปลอดภัยดีแล้ว ดูทุกอย่างบนถนนเรียบร้อยแล้ว แต่มันก็ยังเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ โดนเฉี่ยวบ้าง โดนชน โดนขูด หากรถของเราไม่มีประกันภัย แล้วจับมือใครดมไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนมาเฉี่ยว มาชน เพราะผู้ก่อเหตุก็รีบหลบหน้าหลังจากเฉี่ยวชน ประกันภัยจึงเป็นเสมือนทำหน้าที่รับผิดชอบแทนไป

หลายคนมองเห็นช่องโหว่ตรงนี้จึงเรียกใช้ประโยชน์จากประกันซะเลย คือ เมื่อใดก็ตามที่รถถูกเฉี่ยว ชน ก็รีบไปเคลม อยากจะให้ประกันรับผิดชอบ ซึ่งในความเป็นจริงถึงแม้ว่ามันจะเป็นหน้าที่ของประกันภัยก็ตาม แต่หากเกิดเหตุถี่ ขอเคลมบ่อย มันก็อาจจะส่งผลไม่ดีต่อประวัติการขับขี่ของคุณก็ได้นะครับ วันนี้ DriveHub ศูนย์รวมเช่ารถกรุงเทพจะนำเอาผลกระทบจากการขอเคลมประกันบ่อย ๆ มาฝาก

ผลกระทบจากการขอเคลมประกันบ่อย

เบี้ยประกันปีต่อไปสูงขึ้น  เพราะบริษัทประกันภัยจะมองจากประวัติการขับขี่ของคุณ หากมีประวัติการชนบ่อย ขอเคลมบ่อย นั่นแปลว่ามีโอกาสที่จะต้องเคลมประกันบ่อยในปีต่อไปด้วย ส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยในครั้งต่อสูงขึ้น

ประวัติการขับไม่ดี ไม่ได้รับส่วนลดประกัน  ทราบหรือไม่ว่าบริษัทประกันหลายแห่งมอบส่วนลดให้กับผู้ทำประกันที่มีประวัติการขับขี่ดี มีการเคลมประกันไม่เกิน 2 ครั้ง / ปี หรือขอเคลมค่าเสียหายไม่เกิน 200% ก็จะได้รับส่วนลดประกัน ในทางกลับกัน หากคุณเป็นคนมีประวัติการขับขี่ไม่ดี ขอเคลมประกันบ่อย คุณก็จะไม่ได้รับส่วนลดประกันตรงนี้

เข่าข่ายเสี่ยงที่จะถูกยกเลิกกรมธรรม์ในปีถัดไป  หากคุณมีประวัติการขับขี่ที่ไม่ดี เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขอเคลมประกันหลายครั้ง  คุณก็อาจจะถูกยกเลิกกรมธรรม์จากบริษัทผู้ทำประกันได้

การขับขี่ที่ดีส่งผลต่อประวัติการขับขี่ของคุณในทางที่ดีไปด้วย ในทางกลับกันหากคุณขับขี่ไม่ดี ก็จะมีประวัติการขับขี่ที่ไม่ดีไปด้วยซึ่งมันจะส่งผลต่อการทำประกันภัยรถยนต์ในครั้งต่อไปของคุณได้ หากคุณรู้ตัวดีว่าการขับขี่ของคุณนั้นค่อนข้างแย่ ควรรีบปรับปรุงแก้ไขเสียใหม่ ดูว่าจุดไหนบกพร่อง แล้วหาวิธีแก้ไขมันเสีย ก่อนที่จะไม่มีบริษัทประกันไหนรับทำประกันรถของคุณ .. พบกันใหม่ในบทความหน้ากับสาระความรู้เรื่องประกันภัยกับ DriveHub ศูนย์รวมเช่ารถกรุงเทพนะครับ